การดูแลสุขภาวะของพนักงานที่ทำงานทางไกล

สุขภาวะของพนักงานที่ทำงานทางไกล: 8 วิธีดูแลพนักงาน

การทำงานทางไกลให้ความยืดหยุ่น แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงต่อสุขภาวะ ทั้งความโดดเดี่ยว การอยู่หน้าจอนาน ขอบเขตระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัวที่ไม่ชัดเจน และการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันที่ลดลงมาก ส่วนลดค่าสมาชิกฟิตเนสเพียงอย่างเดียวจึงไม่พอ นี่คือ 8 วิธีที่นำไปใช้ได้จริงเพื่อดูแลสุขภาวะของพนักงานที่ทำงานทางไกล ทั้งด้านจิตใจ ร่างกาย สังคม และการเงิน

Table of Contents

Pilt
Sitting with computer

เครดิตภาพ: Unsplash

ทำไมการดูแลสุขภาวะของคนทำงานทางไกลจึงต้องใช้วิธีที่ต่างออกไป

  • ความโดดเดี่ยว – มีโอกาสพูดคุยสบาย ๆ น้อยลง และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีมน้อยลง
  • นั่งมากขึ้น – ไม่ต้องเดินทางไปทำงาน ไม่ต้องเดินไปห้องประชุม
  • ขอบเขตไม่ชัดเจน – เมื่อบ้านกลายเป็นออฟฟิศ ก็ยากที่จะตัดใจจากงาน
  • ความเครียดจากเทคโนโลยี – อุปกรณ์ที่ทำงานไม่เสถียรและการแจ้งเตือนตลอดเวลาทำให้หงุดหงิดมากขึ้น

8 วิธีดูแลสุขภาวะของพนักงานที่ทำงานทางไกล

1. ดูแลแบบองค์รวม

สุขภาวะไม่ได้หมายถึงแค่สุขภาพกาย โปรแกรมดูแลพนักงานที่ทำงานทางไกลที่ดีควรครอบคลุมสุขภาวะด้านจิตใจ ร่างกาย อารมณ์ สังคม และการเงิน พร้อมให้พนักงานมีทางเลือก ดูว่าการดูแลสุขภาวะแบบองค์รวมเป็นอย่างไร

2. ให้เข้าถึงการดูแลสุขภาพจิตได้ง่าย

แจ้งวิธีเข้าถึงบริการให้คำปรึกษาหรือโครงการช่วยเหลือพนักงานให้ชัดเจน ฝึกให้ผู้จัดการสังเกตสัญญาณความเครียดระหว่างวิดีโอคอลและการพูดคุยแบบตัวต่อตัว และทำให้การพูดเรื่องสุขภาพจิตเป็นเรื่องปกติ ชาเลนจ์ฝึกสติช่วยให้พนักงานมีช่วงเวลาสงบในแต่ละวันได้

3. รักษาขอบเขตและให้เวลาพักจากหน้าจอ

ตกลงช่วงเวลาที่คาดหวังให้ตอบกลับ สนับสนุนให้พนักงานเลิกงานในเวลาที่เหมาะสม และจัดให้มีช่วงพักจากหน้าจอระหว่างวัน บางทีมกันช่วงเวลาที่ไม่มีการประชุมไว้เพื่อป้องกันภาวะหมดไฟจากการใช้เทคโนโลยี ดูคู่มือพักจากโลกดิจิทัลที่ทำตามได้จริง

4. สร้างความสัมพันธ์อย่างตั้งใจ

ทีมที่ทำงานทางไกลต้องมีวิธีสร้างความสัมพันธ์อย่างตั้งใจ เช่น นัดคุยดื่มกาแฟออนไลน์ โครงการเพื่อนคู่หูสำหรับพนักงานใหม่ การมีพี่เลี้ยง และกิจกรรมประจำของทีม ดู10 กิจกรรมสร้างทีมออนไลน์และวิธีสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานที่ทำงานทางไกล

5. ชวนให้ทุกคนขยับร่างกาย

พนักงานที่ทำงานทางไกลมักเคลื่อนไหวน้อยกว่าพนักงานในออฟฟิศมาก ชาเลนจ์แบบทีมที่เข้าร่วมได้จากทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นชาเลนจ์นับก้าว การเดินทางเสมือนจริง หรือการเดินไปคุยงานไป ช่วยให้ทุกคนได้ทั้งขยับร่างกายและสานสัมพันธ์ ดูวิธีจัดชาเลนจ์เพื่อสุขภาวะสำหรับพนักงานที่ทำงานทางไกลและ15 กิจกรรมเพื่อสุขภาวะสำหรับพนักงานที่ทำงานทางไกล

Pilt
Sitting at the table

เครดิตภาพ: Unsplash

6. ส่งเสริมสุขภาวะทางการเงิน

ความกังวลเรื่องเงินส่งผลต่อสุขภาพและสมาธิ ควรให้พนักงานเข้าถึงคำแนะนำด้านการเงินและเครื่องมือวางแผนงบประมาณ นายจ้างบางแห่งมีบริการช่วยเหลือด้านกฎหมายเป็นสวัสดิการด้วย ไม่ว่าจะมีสวัสดิการอะไร ก็ควรสื่อสารวิธีใช้ให้ชัดเจน

7. ให้อุปกรณ์และเทคโนโลยีพร้อมใช้งาน

แล็ปท็อปที่ช้าหรือหูฟังที่เสียเป็นสาเหตุของความเครียดในแต่ละวันสำหรับพนักงานที่ทำงานทางไกล ควรจัดหาอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ จัดพื้นที่ทำงานให้ถูกหลักการยศาสตร์ และมีทีมไอทีที่พร้อมช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

8. ปรับให้เหมาะกับแต่ละคนและเคารพความเป็นส่วนตัว

ความต้องการแตกต่างกันตามอายุ ช่วงชีวิต และสถานที่ อุปกรณ์สวมใส่และแอปช่วยให้พนักงานติดตามกิจกรรมและการนอนของตัวเองได้ ส่วนข้อมูลก็ช่วยให้ฝ่ายบุคคลเห็นว่าโครงการไหนดึงดูดให้พนักงานเข้าร่วม ควรใช้ข้อมูลในภาพรวม เก็บข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลเป็นความลับ และให้พนักงานเลือกเองว่าจะเข้าร่วมอะไร อ่านว่าทำไมข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่จึงได้ผลดีที่สุดเมื่อมีแรงจูงใจจากคนรอบตัว

สร้างวัฒนธรรมที่เกื้อหนุนการทำงานทางไกล

เวลาทำงานที่ยืดหยุ่นและความไว้วางใจคือรากฐาน เมื่อพนักงานจัดการเวลาของตัวเองได้และรู้ว่าสุขภาวะของตนมีความสำคัญ ก็มีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมและอยู่กับบริษัทต่อไป ดูว่าวัฒนธรรมที่ใส่ใจสุขภาวะช่วยรักษาพนักงานได้อย่างไร

คำถามที่พบบ่อย

1. นายจ้างจะดูแลสุขภาวะของพนักงานที่ทำงานทางไกลได้อย่างไร?

จัดให้มีบริการดูแลสุขภาพจิตที่เข้าถึงง่าย รักษาขอบเขตระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว สร้างโอกาสให้สานสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ ชวนขยับร่างกายผ่านชาเลนจ์แบบทีม และส่งเสริมสุขภาวะทางการเงิน

2. ความเสี่ยงต่อสุขภาวะที่สำคัญที่สุดของพนักงานที่ทำงานทางไกลมีอะไรบ้าง?

ความโดดเดี่ยว การนั่งมากเกินไป การตัดใจจากงานได้ยาก และความเครียดจากเทคโนโลยีหรือความคาดหวังที่ไม่ชัดเจน

3. จะเริ่มต้นง่าย ๆ ได้อย่างไร?

เริ่มชาเลนจ์แบบทีมง่าย ๆ ที่เข้าร่วมได้จากทุกที่ เพื่อให้ทุกคนมีเหตุผลที่จะขยับร่างกายและพูดคุยกัน นัดชมเดโมเพื่อเริ่มต้น